1. #แรงบันดาลใจ: นี่คือโจทย์ใหญ่ในการทำธุรกิจ ซึ่งต้อง “ไม่ใช่เงิน” แต่เป็นประโยชน์ในของที่คุณขายที่จะให้กับลูกค้าทุกคนได้รับจริง ๆ
(ซึ่งถ้าคุณนำเงินเป็นตัวตั้ง วิธีการทำธุรกิจจะเพี้ยนไปหมดเลย คุณจะทำทุกวิถีทางที่จะให้ได้กำไร โดยไม่สน “ผิด” หรือ “ถูก” ครับ)
“คุณภาพของชีวิตขึ้นกับโจทย์ที่คุณตั้ง”
ผมเรียกว่า #วิสัยทัศน์ สนพ เข้าใจง่ายใน 3 นาที อยากเป็นส่วนช่วยให้คนเจอในสิ่งที่ตัวเองชอบ และถนัดจริง ๆ แล้วนำมาทำธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
คุณลองคิดดูสิครับว่า ถ้าทุกคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และถนัด บ้านเมืองเราก็จะมีแต่คนเก่ง ๆ ในเรื่องทุกเรื่อง (ทุกคนอยู่ถูกที่ถูกทาง) แล้วเราก็จะมี Brand เจ๋ง ๆ เป็นของเราเอง
แล้วยิ่งถ้าจัดหารบริหารได้อย่างเป็นระบบ (จะทำให้ กำจัดความเสี่ยง ไม่เปลืองงบ แล้วได้กำไรสูงสุด) พอรวม ๆ กันหลาย ๆ วงการ เศรษฐกิจบ้านเราก็จะสามารถแข่งกับต่าง ๆ ประเทศได้
“ถ้าคุณไม่เชื่อตัวเอง แล้วใครจะเชื่อคุณ”
Paul-Chan
2. #กำหนดเป้าหมาย: พอผมมีโจทย์แบบนี้ ในส่วนที่ผมชอบ และถนัดก็คือ การเป็นนักคิด นักเขียน + ผมสนใจเรื่องจิตวิทยา และบริหาร จัดการ ผมจึงเขียนหนังสือแนวนี้ออกมาครับ แล้วเปิด สนพ เป็นของตัวเอง
แล้วเราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย ๆ ล่ะ?
ก็อธิบายอย่างเข้าใจง่าย (หลีกเลี่งคำศัพท์วิชาการ ไทยคำ อังกฤษคำ) ไล่แต่ละบทให้เป็นขั้นเป็นตอน ลงรายละเอียดยังไงล่ะ
เพื่อไม่ให้มีคำถามหลงเหลืออยู่เลย หลังจากอ่านจบ (จบในเล่มนี้ด้วยนะ) ซื้อไปอ่านแล้วนำไปใช้ได้จริง ๆ นี่คือ #เป้าหมายในการผลิตหนังสือ ของผมครับ (ไม่ใช่เหมือนแค่อ่านแค่หัวข้อกว้าง ๆ จบเล่มแล้วให้ไปหาข้อมูลเองต่อ)
3. #วางแผนขั้นตอนการทำงาน: พอเรามี concept ในการเขียนหนังสือแล้ว ก็นำมาแตกออกเป็น บท ๆ เช่น เขียนแผนธุรกิจเข้าใจง่ายนั้น จะต้องประกอบด้วยเนื้อหาอะไรบ้าง หรือ แผนการตลาด พื้นฐานที่ต้องรู้คืออะไร เป็นต้น
4. จากนั้นก็นำมา #จัดระเบียบ เพื่อที่จะจัดการ บริหารให้ง่าย ด้วยการ #จัดสรรทรัพยากร ที่คุณมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่นก็คือ
– ใคร (บุคลากร)
– ทำอะไร (กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนอย่างชัดเจน)
– ที่ไหน (แผนกต่าง ๆ เช่น ผลิต ตลาด ขาย การเงิน เป็นต้น)
แล้วการวางแผนสำคัญยังไง?
5. แล้ว #กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน: เช่น ปี ๆ หนึ่ง ผมจะต้องออกหนังสือกี่เล่ม อะไรบ้าง เพื่อที่จะกลับไปตอบโจทย์ วิสัยทัศน์ด้านบนให้ได้
ซึ่งวิสัยทัศน์นั้นดูเหมือนจะนาน และดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ทำให้เราต้องการตั้งโจทย์ให้ไกล ให้สูง เพื่อทำให้เราฮึกเหิมในการทำงาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความหมายของการมีชึวิตอยู่บนโลกนี้ คือ ความตื่นเต้น ลุ้น สู้ ในเป้าหมายยาก ๆ และที่สำคัญนี่การทำประโยชน์ให้กับคนอื่นจากธุรกิจที่เราทำ (ไม่ใช่จะเอากำไรอย่างเดียว) ไม่เช่นนั้นเราจะใช้ชีวิตแบบไร้ความหมาย
ผมจะปลื้มมากเวลาที่มีลูกค้ารีวิวว่า “หนังสือของผมเป็นประโยชน์กับเขา”

6. ขั้นตอนสุดท้าย #ติดตาม และ #ประเมินผล: ติดตามความคืบหน้าของงานอย่างสม่ำเสมอ และประเมินผลเพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุง:
– กลยุทธ์
– แม่งาน (คนที่รับผิดชอบ)
– เวลา
– และงบประมาณ
เพื่อที่จะทำให้เราได้ผลตามเป้าหมายที่เราได้วางไว้ตั้งแต่ต้นนั่นเอง
ถ้า #งานเป็นระบบ คุณจะทำงานที่ไหนก็ได้ เพราะถ้าเราเป็นคนเริ่มต้นทำ และจัดระบบเองตั้งแต่แรก หลับตา ดูเวลา จะรู้เลยว่า ตอนนี้ ใคร ทำอะไร ที่ไหน
แรก ๆ แน่นอนครับ มันยาก แต่ถ้าง่าย คนอื่นเขาก็ทำตามได้ง่ายเช่นกัน แต่ถ้าเราละเอียด ป้องกันทุกปัญหาไว้ก่อน เวลาทำธุรกิจจริง ๆ คุณจะสนุกตอนขายมาก เพราะจะไม่มีลูกค้ามาบ่นให้คุณกวนใจ
แต่คุณจะ #ใจสู้ ครับ เพราะถ้าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่คุณ ชอบ รัก และถนัด ใจจะบันดาลแรงให้กับคุณเอง ท้อแต่ไม่ถอย ขี้เกียจเป็นคลั่งงาน
และที่สำคัญ คุณจะมี #ไอเดีย ในการผลิตอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณชอบ และถนัด ยังไงล่ะ เช่นผม ผมมีไอเดียที่จะเขียนหนังสืออย่างน้อย อีก 4 เล่ม ที่จะทำในปีนี้ – ปีหน้า ครับ
แล้วสุดท้าย คุณก็จะได้ทั้ง #เงิน และ #ความอิ่มใจ ครับ
นี่คือหลักการทำงานเป็นระบบในแบบเข้าใจง่ายใน 3 นาทีครับ
คุณลองนำไป #ประยุกต์ ดูนะครับ
สนพ เข้าใจง่ายใน 3 นาที
